ไทยเตรียมรับมือฝนตกทางภาคอีสาน 5 -7 พฤศจิกายน 2563 เนื่องจากอิทธิพลพายุโซนร้อนโคนี

พายุโคนีเตรียมขึ้นฝั่งเวียดนาม คาดทำไทยฝนตกหนักทางภาคอีสาน

พายุและมรสุมต่าง ๆ เป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุกปีและระดับความรุนแรงก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย สำหรับประเทศไทยเองไม่ค่อยเจอพายุขนาดใหญ่อย่างพายุไต้ฝุ่นหรือซูเปอร์ไต้ฝุ่นบ่อยนัก แต่มักจะได้รับผลกระทบจากพายุเหล่านี้อยู่เป็นเนืองนิตย์ ในช่วงที่ผ่านมาก็พบกับมรสุมจากพายุโมลาเบที่ทำให้หลายจังหวัดน้ำท่วม หลังหมดพายุโมลาเบตอนนี้ก็เฝ้าระวังพายุไต้ฝุ่นโคนี

เกร็ดเล็ก ๆ สำหรับชื่อพายุ คำว่า “โคนี” เป็นภาษาเกาหลีแปลว่าหงส์ โดยพายุที่เกิดในภูมิภาคเอเชียจะมีชื่อเรียกที่แต่ละประเทศตั้ง แล้วสลับกันเรียกชื่อพายุที่เกิดขึ้นหมุนเวียนกันไป ส่วนประเภทของพายุอย่างไต้ฝุ่น พายุโซนร้อน พายุดีเปรสชั่นมาจากความแรงของพายุและถิ่นที่เกิด พายุโคนีนี้กำเนิดขึ้นมามีความแรงมากจนเรียกว่าเป็นพายุไต้ฝุ่นโคนี แต่ความแรงที่ถือว่าแรงที่สุดในปีนี้จึงถูกเรียกว่าซูเปอร์ไต้ฝุ่นโคนีด้วย

ไต้ฝุ่นโคนีที่กำลังจะส่งผลกระทบต่อไทยนี้เคยเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นที่ถือว่ามีความรุนแรงที่สุดในปี 2020 โดยซูเปอร์ไต้ฝุ่นได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อฟิลิปปินส์ ความแรงของซูเปอร์ไต้ฝุ่นนี้ทำให้เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมในหลายพื้นที่ และทำให้ฝายในจังหวัดอัลเบย์แตกอีกด้วย การรายงานผลกระทบจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นโคนีทำให้เห็นถึงความเสียหายของฟิลลิปปินส์ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต และคนอีกจำนวนมากไร้ที่อยู่อาศัย ซึ่งพายุไต้ฝุ่นซูเปอร์โคนีกำลังเคลื่อนตัวมาสู่ตอนกลางของเวียดนาม

พายุโซนร้อนโคนี
พายุโซนร้อนโคนี ทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าการเคลื่อนตัวของพายุไต้ฝุ่นโคนีมีการอ่อนกำลังลงก่อนถึงเวียดนาม คาดว่าจะลดระดับความแรงลงสู่พายุโซนร้อนโคนี และขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 นี้ ซึ่งการขึ้นฝั่งของพายุโซนร้อนโคนีจะส่งผลกระทบต่อบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ทำให้มีฝนตกหนักและมีลมแรงในช่วงวันที่ 5-7 พฤศจิกายน 2563 และอาจจะมีน้ำป่าไหลหลากในบางพื้นที่ ผู้ที่อาศัยอยู่บนที่สูงจึงควรระมัดระวังและอพยพลงมายังที่ปลอดภัยชั่วคราว

สภาพดินฟ้าอากาศเป็นสิ่งที่ยากจะทำนาย ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาก็ทำหน้าที่ส่วนนี้ได้เป็นอย่างดีในการเตือนถึงภัยที่อาจจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอากาศ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงจึงควรปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด รวมถึงติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและทรัพย์สิน

ที่มา เดลินิวส์ 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *