บทบาทของ “เพนซ์” หลังการบุกสภาคองเกรสในการปลุกระดมโดยทรัมป์

โอกาสในการยึดอำนาจจากทรัมป์ของเพนซ์

ในช่วงวันที่ 6 มกราคม 2564 เกิดความวุ่นวายขึ้นที่สภาคองเกรส อันเป็นผลมาจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่ผ่านมาที่ผลการเลือกตั้งออกมาว่านายโจ ไบเดนจากพรรคเดโมแครตเอาชนะนายโดนัลด์ ทรัมป์จากพรรคริพับลิกันไป และจะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐอเมริกา เหตุการณ์การเลือกตั้งครั้งนี้นายทรัมป์ได้แสดงความกังขาตลอดเวลาว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้มีการทุจริตเกิดขึ้น ถึงแม้ว่าหน่วยเลือกตั้งต่าง ๆ จะออกมาแสดงความบริสุทธิ์แล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่สามารถสั่นคลอนความเชื่อนี้ของเขาได้

การปลุกระดมให้เกิดการประท้วงในสภาคองเกรส

หลังจากการเลือกตั้งทรัมป์พยายามที่จะปลุกระดมมวลชนให้ออกมาคัดค้านผลการเลือกตั้ง เนื่องจากเขาบอกว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีในครั้งนี้ไม่มีความโปร่งใส โดยเฉพาะการที่รีพับลิกันแพ้ในรัฐฐานเสียงของพรรค รวมถึงการแพ้ในรัฐ Swing State หลายรัฐ และการโหวตผ่านไปรษณีย์อาจจะเกิดการโกงผลโหวตได้

การประท้วงที่ Capitol Hills ภาพจาก Aljazeera
การประท้วงที่ Capitol Hills ภาพจาก Aljazeera

จุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดม็อบประท้วงจากจริงจังน่าจะมาจากการแพ้ในการนับคะแนนรอบ 2 ในรัฐจอร์เจีย ประกอบกับวันนี้เป็นวันที่รัฐสภามีการประชุมเพื่อรับรองนายโจ ไบเดนขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ ในเหตุการณ์การประท้วงครั้งนี้ส่งผลให้มีคนตายแล้วอย่างน้อย 4 คนและหนึ่งในนั้นเป็นถึงอดีตทหารผ่านศึกในกองทัพอากาศของสหรัฐอเมริกา

“ไมก์ เพนซ์” กุญแจสำคัญที่ทรัมป์คาดหวังในสภา

ทรัมป์และเพนซ์ ภาพจาก The time of Israel
ทรัมป์และเพนซ์ ภาพจาก The time of Israel

นายไมก์ เพนซ์เป็นประธานวุฒิสภาและสังกัดพรรครีพับลิกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จึงคาดหวังให้นายเพนซ์เป็นเหมือนกุญแจสำคัญในการออกมาพูดในประเด็นความไม่โปร่งใสของการเลือกตั้งและไม่ควรรับรองนายโจ ไบเดนเป็นประธานาธิบดี แต่ดูเหมือนคำขอของนายทรัมป์จะไม่เป็นผล

นอกจากจะไม่รับคำร้องขอของนายทรัมป์แล้ว เพนซ์ยังประณามการกระทำของนายทรัมป์ว่าเป็นการกระทำที่รับไม่ได้ และการกระทำนี้มีแต่ทำให้แพ้ พร้อมทั้งดำเนินการรับรองนายไบเดนต่อ

จากความขัดแย้งครั้งนี้ทำให้หลายฝ่ายจับตามองว่าอาจมีการยึดอำนาจของนายเพนซ์ โดยเป็นการยึดอำนาจชั่วคราวเมื่อประธานาธิบดีไม่สามารถดำรงหน้าที่โดยชอบของตนเองได้และส่งต่อตำแหน่งประธานาธิบดีให้นายไบเดนโดยไม่ผ่านทรัมป์ เพนซ์จึงถือว่ามีบทบาทสำคัญกับทั้ง 2 ฝ่าย

การยอมลงจากตำแหน่งอย่างสงบของทรัมป์

โจ ไบเดน ภาพจาก Washington Post
โจ ไบเดน ภาพจาก Washington Post

ล่าสุดหลังการประท้วงอย่างดุเดือนจนมีคนตาย ทรัมป์ได้ออกมาประกาศผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวของเขาให้ผู้ประท้วงกลับบ้าน ถึงแม้เขาจะรักคนเหล่านี้มากแต่ก็ต้องขอให้กลับบ้านอย่างปลอดภัย รวมถึงประกาศส่งต่อตำแหน่งประธานาธิบดีให้นายไบเดนอย่างสงบ และจะดำเนินการส่งมอบบทบาทประธานาธิบดีให้นายไบเดนอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 มกราคม 2564 ภายใต้ความโล่งใจของทุกฝ่าย

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นประเด็นใหญ่ในอเมริกาพอสมควร เพราะสะท้อนถึงภาพลักษณ์เสรีภาพในอีกมุมหนึ่ง ทั้งการไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งและการใช้ความรุนแรงต่อผู้ประท้วง แต่เป็นการแสดงจุดยืนของเสรีภาพในการยอมรับการโหวตอย่างไม่มีข้อโต้แย้งด้วยเช่นกัน ตอนนี้ทั่วโลกจึงจับจ้องไปที่ประธานาธิบดีคนใหม่ว่าจะจัดการกับความขัดแย้งเล็ก ๆ นี้อย่างไร เพื่อให้อเมริกาและเสรีภาพยังคงเป็นภาพจำของคนทั่วโลกต่อไป

ที่มา Post Today 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *