ศึกการเลือกตั้งอเมริกาแต่ละรัฐ งานนี้ใครจะวินหลัง Trump กวาด Swing State (เกือบ) เรียบ?

ท้าชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump vs Joe Biden

การเลือกตั้งของสหรัฐเปิดฉากขึ้นแล้ว โดยปกติการเลือกตั้งจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ถัดจากวันจันทร์แรกของเดือนพฤศจิกายน (ไม่ใช่วันอังคารแรกของเดือนพฤศจิกายนเสมอไป เพราะบางครั้งเดือนพฤศจิกายนเริ่มต้นด้วยวันอังคาร เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นจะเลือกวันที่ 8 ที่ถัดจากวันจันทร์แรกแทน) การลงคะแนนเสียงของอเมริกาจะค่อนข้างซับซ้อน ก่อนจะดูผลการเลือกตั้งเราจึงควรทำความเข้าใจระบบการเลือกตั้งในอเมริกาแบบคร่าว ๆ ก่อน

แคมเปญรณรงค์เลือกตั้งในอเมริกา
แคมเปญรณรงค์เลือกตั้งในอเมริกา

การเลือกตั้งของอเมริกาที่อิงตาม Electoral Votes

Electoral Votes มาจาก Electoral College หรือคณะเลือกตั้ง ซึ่งจำนวนคณะเลือกตั้งของแต่ละรัฐจะไม่เท่ากัน จำนวนของคณะเลือกตั้งขึ้นอยู่กับจำนวน สส. บวกกับ สว. 2 คน หมายความว่ารัฐใหญ่ที่มีจำนวนสส.มากก็จะมีคณะเลือกตั้งมากกว่า ผู้ที่ลงสมัครประธานาธิบดีจึงมักให้ความสำคัญกับรัฐใหญ่ เพราะจะส่งผลต่อคะแนนเป็นอย่างมาก

การทำงานของคณะเลือกตั้งจะเริ่มมาจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง หรือประชาชนทั่วไปที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปลงคะแนนเสียงเลือกพรรคที่ตนเองต้องการ เมื่อจบการเลือกตั้งแล้วจะเป็นการนับคะแนน ผู้ชนะในขั้นตอนนี้จะใช้ระบบ Winner Takes All หมายความว่าถ้าพรรคไหนชนะ คะแนนเสียงจากคณะเลือกตั้งทั้งหมดก็จะตกเป็นของพรรคนั้น เปรียบเทียบง่าย ๆ เช่น

  • รัฐ ก. มีจำนวนคณะก้าวหน้า 9 คน และประชาชนโหวตพรรค มากกว่า พรรค A. จะได้คะแนน 9 คะแนน
  • รัฐ ข. มีจำนวนคณะเลือกตั้ง 3 คน และประชาชนโหวตพรรค มากกว่า พรรค B. จะได้คะแนน 3 คะแนน

จะเห็นว่าแม้จะชนะคนละรัฐ แต่จำนวนคณะเลือกตั้งกลับมีผลต่อการเลือกประธานาธิบดีเป็นอย่างมาก การขับเคี่ยวกันในรัฐใหญ่จึงเป็นไปอย่างดุเดือด นี่ยังไม่รวม Swing State หรือรัฐที่ฐานเสียงของแต่ละพรรคผลัดเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ยากจะคาดเดาผู้ชนะ

ผลการเลือกตั้งจากรัฐใหญ่ในอเมริกา

ประเทศสหรัฐอเมริกานี้มีขนาดใหญ่กว่าประเทศไทยหลายเท่า และไทม์โซนในอเมริกาก็ไม่ตรงกันอีกด้วย ทำให้การรอผลการเลือกตั้งครบทุกรัฐใช้เวลาเป็นวัน รัฐที่ปิดหีบเร็วที่สุดจะตรงกับเวลา 06.00 น. ของวันที่ 4 พฤศจิกายน 2563

คำว่ารัฐใหญ่ในที่นี้หมายถึงรัฐที่มีเสียงคณะเลือกตั้งมากเป็นอันดับต้น ๆ ของอเมริกา อย่างที่ทราบกันดีว่าเสียงของคณะเลือกตั้งนั้นมีความสำคัญมาก รัฐที่มีคณะเลือกตั้งมากย่อมเป็นเนื้อพุงปลามัน ๆ ที่ต้องรีบคว้า เรามาดูผลโดยคร่าว ๆ ว่ารัฐใหญ่ (เวลา 13.00 น. ตามเวลาไทย) ใครกวาดคะแนนไป

  • รัฐแคลิฟอร์เนีย 55 โหวต (ฐานเสียงเดโมแครต) – โจ ไบเดน จากเดโมแครต
  • รัฐเท็กซัส 38 โหวต (ฐานเสียงรีพับลิคกัน) – โดนัลด์ ทรัมป์ จากรีพับลิคกัน
  • รัฐฟลอริด้า 29 โหวต (Swing State) – โดนัลด์ ทรัมป์ จากรีพับลิคกัน
  • รัฐนิวยอร์ก 29 โหวต (ฐานเสียงเดโมแครต) – โจ ไบเดน จากเดโมแครต
  • รัฐเพนซิลเวเนีย 20 โหวต (Swing State) – กำลังนับคะแนน คะแนนนำเป็นของ โดนัลด์ ทรัมป์ จากรีพับลิกัน (ศาลอนุญาตให้นับคะแนนทางไปรษณีย์เพิ่มอีก 3 วัน)
  • รัฐอิลลินอยด์ 20 โหวต (ฐานเสียงเดโมแครต) – โจ ไบเดน จากเดโมแครต

ถึงแม้จะดูเหมือนเดโมแครตจะได้คะแนนจากรัฐใหญ่ไปมากกว่า แต่รัฐที่น่าจับตามองคือ Swing State ที่ยากจะคาดเดาผู้ชนะ และดูเหมือนทรัมป์จะกวาดคะแนนจากรัฐเหล่านี้ไปไม่น้อย หากไม่มีอะไรพลิกโผ โดนัลด์ ทรัมป์จะกลายเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลที่ออกมา การเลือกตั้งยังคงไม่ได้ประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการจนกว่าทุกหน่วยเลือกตั้งจะปิดหีบและนับคะแนน ซึ่งหีบสุดท้ายจะปิดลงในเวลา 19.00 น. ของวันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 ตามเวลาไทย

สมรภูมิการเลือกตั้งที่ดุเดือดขนาดนี้ ต่างฝ่ายต่างห้ำหั่นกันอย่างเต็มที่ ประกอบกับปีนี้มีโควิด-19 ระบาด คนส่วนมากเลือกลงคะแนนเสียงทางไปรษณีย์ที่อาจจะถูกจับตามองว่าการโกงเกิดได้ง่าย ศึกนี้ดูท่าจะต้องงัดทุกกลยุทธ์มาเอาคะแนนจนกว่าจะถึงเก้าอี้ประธานาธิบดี

ที่มา ไทยรัฐ และ The Bangkok in Sight

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *